• 4 มี.ค. 2567 11:42
ชาวปกาเกอะญอบ้านแม่หมี จ.ลำปาง ค้านฝังหลักเขตอุทยานฯ ในที่ทำกิน ขอตรวจสอบแนวเขตอีกครั้ง กังวลตกหล่น-ผลกระทบกฎหมาย

ชาวปกาเกอะญอบ้านแม่หมี จ.ลำปาง ค้านฝังหลักเขตอุทยานฯ ในที่ทำกิน ขอตรวจสอบแนวเขตอีกครั้ง กังวลตกหล่น-ผลกระทบกฎหมาย

ชาวปกาเกอะญอบ้านแม่หมี จ.ลำปาง ค้านฝังหลักเขตอุทยานฯ ในที่ทำกิน ขอตรวจสอบแนวเขตอีกครั้ง กังวลตกหล่น-ผลกระทบกฎหมาย

(11 มิ.ย. 2566) ชาวปกาเกอะญอชุมชนบ้านแม่หมี หมู่ที่ 6 ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ได้ยื่นหนังสือถึง เทวัญ จันทร์พรหม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน คัดค้านการฝังหลักแนวเขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนในพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน เนื่องจากต้องการให้มีการชี้แจงและตรวจสอบแนวเขตร่วมกันอีกครั้งก่อนดำเนินการ เกรงว่าจะมีแปลงที่ทำกินที่ตกหล่นจากการสำรวจ และกังวลผลกระทบจากพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 64 ว่าด้วยเรื่องที่ดินทำกินในเขตอุทยานแห่งชาติ

หัวหน้าอุทยานฯ แจงฝังหลักเขตเพื่อทราบขอบเขตชัด ย้ำดำเนินการ ‘โฉนดชุมชน’ ได้ในอนาคต

เทวัญ จันทร์พรหม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ได้ชี้แจงต่อชุมชนบ้านแม่หมีถึงกระบวนการรังวัดที่ดินทำกินก่อนหน้านั้นตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยการดำเนินการฝังหลักแนวเขตนั้นเพื่อให้มีข้อมูลชัดเจนร่วมกัน ให้ทราบว่ามีที่ทำกินอยู่ตรงไหน ส่วนการดำเนินการหลังจากนั้นตามแนวทางโฉนดชุมชนที่ชุมชนบ้านแม่หมีได้ร่วมผลักดันกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ทางอุทยานฯ ไม่ก้าวล่วง
“อย่างน้อยไม่ว่ากันในอนาคต พี่น้องอาจจะได้โฉนดชุมชน ผมไม่ก้าวล่วง แต่เราต้องมีข้อมูลร่วมกันก่อน ซึ่งตอนนี้เรามีข้อมูลร่วมกันแล้วเพื่อเดินหน้าต่อไป ยิ่งมีรัฐบาลใหม่ อาจจะเป็นโฉนดชุมชนก็ได้ อุทยานฯ ไม่มีปัญหาอะไรเลย เรามีความหวังดีกับพี่น้องทุกภาคส่วน” เทวัญกล่าว
นอกจากนั้นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนยังได้ชี้แจงถึงแนวทางการสำรวจการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อุทยานฯ ซึ่งเป็นข้อสั่งการจาก อรรถพล เจริญชันษา รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งชุมชนบ้านแม่หมีขอไม่ร่วมการสำรวจ เนื่องจากเป็นการสำรวจด้วยข้อสันนิษฐานว่าการเลี้ยงสัตว์เป็นสาเหตุหนึ่งของไฟป่า เป็นความเข้าใจที่ยังไม่ตรงกันของชาวบ้านและหน่วยงาน และอาจเกี่ยวข้องกับการเสียค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตามหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้ชื่นชมชาวบ้านแม่หมีที่ช่วยกันควบคุมสถานการณ์ไฟป่าปีนี้ได้เป็นอย่างดี
“ต้องขอบคุณพี่น้องปกาเกอะญอบ้านแม่หมี ชัดเจนว่าพี่น้องปกาเกอะญอหลายกลุ่มบ้านในอุทยานฯ แจ้ซ้อน บางวันฮอตสปอตขึ้นเยอะมาก เจ้าหน้าที่เรามีไม่เพียงพอ แต่บ้านแม่หมีจัดการกันได้เองเลย เราแค่ประสานงาน ก็ได้ผู้นำชุมชนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงไปช่วย ถึงแม้ปีนี้จะหนักกว่าปีที่ผ่านมา แต่พี่น้องก็ช่วยเหลือกันอย่างดีจนสถานการณ์ผ่านพ้นไป” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนย้ำ


พีมูฟแจงเงื่อนไขกฎหมายอุทยานจำกัดสิทธิทำกิน

ประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ชี้แจงว่าที่ผ่านมามีช่องว่างทางนโยบายที่เป็นการจำกัดสิทธิชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรัฐประหารปี 2557 นโยบายทวงคืนผืนป่าที่สร้างผลกระทบกับชาวบ้านกว่า 48,000 คดี และการผลักดันจนมีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ที่เนื้อหาไม่สอดคล้องกับวิถีชุมชน
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรา 64 ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวว่าด้วยเรื่องที่ดินทำกินในเขตอุทยานแห่งชาติ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจ พบว่าหลายกรณีขาดการมีส่วนร่วม หลักเกณฑ์ภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 ก็ทำให้แปลงที่ดินทำกินต้องตกหล่นไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะไร่หมุนเวียนพักฟื้น หรือ ไร่เหล่า ของชาวปกาเกอะญอ ชาวบ้านจึงไม่มั่นใจให้ฝังหลักแนวเขตในครั้งนี้
“หลังปักหลัก จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกาออกมารับรอง แล้วถ้ามีแปลงที่หลุด มันจะแก้ปัญหาไม่ได้เลย เพราะกระบวนการมันสิ้นสุดแล้ว แนวหลักนี้จะเป็นแผนที่ให้ชาวบ้านอยู่เป็นการชั่วคราวครั้งละไม่เกิน 20 ปี เป็นการอนุญาต ทั้งที่ชาวบ้านอยู่มาก่อนอุทยานฯ ทำไมกลายเป็นผู้บุกรุก ทำไมต้องได้รับอนุญาต” ประยงค์กล่าว
นอกจากนั้นประยงค์ยังย้ำถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ที่มีแนวโน้มได้รัฐบาลใหม่ฝั่งประชาธิปไตย โดยพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคือพรรคก้าวไกลนั้น มีแนวทางการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ ซึ่งหมายรวมถึงที่ดินในเขตป่าด้วย
“รัฐบาลใหม่ที่จะมาถึง ไม่ใช่วราวุธ ศิลปอาชา (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) เราต้องมาให้บทเรียนกับนักการเมืองแบบนี้ วันแรกที่รัฐบาลพรรคก้าวไกลเข้าไปทำงาน ต้องรับรองให้ได้ว่าจะไม่สร้างความขัดแย้งกับชาวบ้านในป่า ถ้ายังมีรัฐมนตรีที่มีอคติต่อชาวบ้าน ก็ต้องหาคนอื่นมาทำงานแทน” ประยงค์ย้ำ

3 ข้อเรียกร้องชาวบ้านแม่หมี ขอยุติฝังหลักเขตอุทยานฯ-ยึดมติ ครม. ฟื้นฟูวิถีกะเหรี่ยงในการปฏิบัติงาน

หลังจากนั้น ชาวบ้านแม่หมีได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องถึงหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ดังนี้
1. ยุติการดำเนินการฝังหลังแนวเขตอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ และยุติการดำเนินการตามแนวทางคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 รวมถึงมาตรการในการปลูกป่าทับที่ทำกินของชาวบ้านแม่หมีใน และ แม่หมีจกปก และต้องยุติการข่มขู่คุกคามชาวบ้านโดยทันที
2. การดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ชุมชนบ้านแม่หมีใน และ แม่หมีจกปก ซึ่งเป็นชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอที่มีประวัติศาสตร์การก่อตั้งชุมชนมาอย่างยาวนานกว่าการประกาศเขตป่าทุกประเภท หน่วยงานของท่านต้องยึดเอามติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง เป็นหลักการสำคัญ
3. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. จะต้องไม่เป็นเงื่อนไขและข้อจำกัด ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของชุมชน
ซึ่งข้อสรุปหลังจากนั้น ชุมชนบ้านแม่หมี อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน และพีมูฟ เห็นตรงกันให้มีการนัดชี้แจงตรวจสอบแนวเขตสำรวจที่ดินทำกินให้ชุมชนอีกครั้ง ก่อนการดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ โดยการฝังหลักแนวเขตครั้งนี้ให้ยุติไปก่อน